ไฟฟ้าแจงให้หายข้องใจ! ปมร้อนฉ่า ค่าไฟแพง เหตุใดตัวเลขพุ่งทะยาน

ไฟฟ้าแจงให้หายข้องใจ! ปมร้อนฉ่า ค่าไฟแพง เหตุใดตัวเลขพุ่งทะยาน

 

 

ค่าไฟแพง หลังจากที่หลายต่อหลายคนโอดเรื่องค่าไฟแพงขึ้นอย่างมาก จนกลายเป็นกระแสที่มีการพูดถึงกันและนำหลักฐานออกมาโชว์กันจำนวนมาก และต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น หรือเพราะไฟฟ้าเยอะเกินไป แต่ก็ไม่น่าจะขึ้นมามากถึงขนาดนี้

 

ข่าวสดใหม่ ล่าสุดวันที่ 19 เม.ย. เฟซบุ๊กเพจ "การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา" ได้โพสต์อธิบายถึงสาเหตุของค่าไฟฟ้าที่พุ่งขึ้นสูงในเวลานี้ โดยระบุว่า 1.การไฟฟ้า คิดเงินแบบอัตราก้าวหน้ามาตลอด ใช้เยอะจ่ายเยอะ 2.ตัวแปรของค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น คือ หน่วยการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น พูดง่ายๆ ก็คือใช้ไฟฟ้ามากขึ้นเลยทำให้ราคามันก้าวกระโดด 3.หลายคนคงสงสัย ทำไมหน่วยการใช้ไฟฟ้าถึงขึ้นได้มากขนาดนี้? ไฟฟ้ามาทำอะไรกับมิเตอร์รึเปล่า? คำตอบคือ ไฟฟ้าไม่มีใครไปทำอะไรกับมิเตอร์ลูกค้า

 

ทีนี้เราต้องมาดูพฤติกรรมของลูกค้าและคนในบ้าน ที่บอกว่าใช้ไฟเท่าเดิมลองคิดนะ เปิดแอร์ เวลาเดิมทุกวัน 8.00 น. - 12.00 น. เย็นเท่าเดิมจริง แต่ตัวที่ทำให้มิเตอร์ขึ้นหน่วยไวแค่ไหน อยู่ที่คอมเพลสเซอร์ข้างนอก ถ้าอากาศข้างนอกร้อนแค่ไหน หน่วยการใช้ไฟก็ขึ้นไวเท่านั้นเพราะคอมเพลสเซอร์ทำงานหนัก เครื่องฟอกอากาศทุกยี่ห้อก็กินไฟยิ่งเปิดแอร์ไปด้วยก็คูณสอง

 

ส่วนตู้เย็นก็กินไฟแบบเงียบๆ หน้าที่ของตู้เย็นคือต้องทำความเย็นในช่องแช่อาหาร ตามอุณภูมิที่เรากำหนด เช่น เราตั้งไว้ที่ 1 องศา หลักการทำงานคือ ต้องทำยังไงก็ได้ให้ 1 องศาตลอดเวลา นั่นก็คอมเพลสเซอร์หลังตู้เย็นไงที่เป็นตัวทำงาน ซึ่งการเปิดตู้เย็นบ่อยๆ เปลืองไฟจริง เพราะตู้เย็นสูญเสียอุณภูมิตอนเปิด และแช่ของแบบไม่คิด ยัดๆ เข้าไปก็เปลืองไฟจริง ต้องจัดระเบียบตู้เย็นกันบ้าง

 

 

บ้านที่มีปัญหาเรื่องค่าไฟฟ้าส่วนมาก จะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าดังนี้ 1.แอร์พร้อมคอมเพลสเซอร์ 2.เครื่องฟอกอากาศ 3.พัดลมไอน้ำ 4.ตู้เย็น ยิ่งอัดของเยอะ คอมเพลสเซอร์ตู้เย็นที่ดังตลอดเวลาคือกำลังกินไฟ
ตู้เย็นที่ประหยัดไฟคือตู้เย็นที่แช่แค่เครื่องดื่มไม่เกิน 5 ขวดเท่านั้น ถึงจะได้จ่ายราคาต่อปีตามที่ร้านโฆษณา

 

สรุปคือ ไฟฟ้าไม่ได้ปรับ หรือ ทำอะไรทั้งนั้น ไฟฟ้าการรันตีราคาให้แบบนี้ ใช้ไปหน่วยที่ 0- 150 หน่วย จ่ายราคาหน่วยละ 3.2484 บาท ใช้ไปหน่วยที่ 151 - 400 หน่วย จ่ายราคาหน่วยละ 4.2218 บาท ใช้ไปหน่วยที่ 400 ขึ้นไป จ่ายราคาหน่วยนะ 4.4217 บาท

 

ยกตัวอย่างการคิดแบบคร่าวๆ ตัวอย่างที่ 1 ใช้ไฟฟ้าไป 200 หน่วย เราจะคิดค่าไฟแบบนี้ 150 หน่วยแรก X 3.2484 = 487.26 บาท, 50 หน่วยที่เหลือ X 4.2218 = 211.09 บาท รวมเป็นเงิน = 698.35 บาท (ราคายังไม่รวม vat 7 % , ค่าบริการ , หักส่วนลดค่า FT)

 

ตัวอย่างที่ 2 ใช้ไฟฟ้าไป 400 หน่วย เราจะคิดค่าไฟแบบนี้ 150 หน่วยแรก X 3.2484 = 487.26 บาท, 250 หน่วยที่เหลือ X 4.2218 = 1,055.45 บาท รวมเป็นเงิน = 1,542.41 บาท (ราคายังไม่รวม vat 7 % , ค่าบริการ , หักส่วนลดค่า FT)

 

ตัวอย่างที่ 3 ใช้ไฟฟ้าไป 600 หน่วย เราจะคิดค่าไฟแบบนี้ 150 หน่วยแรก X 3.2484 = 487.26 บาท, 250 หน่วยถัดมา X 4.2218 = 1,055.45 บาท, 200 หน่วยที่เหลือ × 4.4217 = 884.34 บาท รวมเป็นเงิน = 2,427.05 บาท (ราคายังไม่รวม vat 7 % , ค่าบริการ , หักส่วนลดค่า FT)

 

ตัวอย่างที่ 4 ใช้ไฟฟ้าไป 1,000 หน่วย เราจะคิดค่าไฟแบบนี้ 150 หน่วยแรก X 3.2484 = 487.26 บาท, 250 หน่วยถัดมา X 4.2218 = 1,055.45 บาท, 600 หน่วยที่เหลือ X 4.4217 = 2,653.02 บาท
รวมเป็นเงิน = 4,195.73 บาท (ราคายังไม่รวม vat 7 % , ค่าบริการ , หักส่วนลดค่า FT)

 

 

 

 

 

 

ที่มา: www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าวสดใหม่ ได้ที่เว็บไซต์ www.bcchotnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *