ดีเอสไอ บุกจับ กักตุนโภคภัณฑ์ ยึดแมสก์-ชุดพีพีอีอื้อ เสียหายกว่า 5ล้าน

ดีเอสไอ บุกจับ กักตุนโภคภัณฑ์ ยึดแมสก์-ชุดพีพีอีอื้อ เสียหายกว่า 5ล้าน

ดีเอสไอ สนธิกำลัง ตำรวจ-อย.-กรมการค้าภายใน จับกุม กักตุนโภคภัณฑ์ ย่านทวีวัฒนา พบชุดพีพีอี-หน้ากากอนามัยจำนวนมาก มูลความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

 

 

วันที่ 2 พ.ค. ข่าวสดใหม่ ตามที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้จัดตั้ง "ศูนย์ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศูนย์ DSI COVID-19)" ขึ้น เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์ และดำเนินการป้องกัน ปราบปราม สืบสวนสอบสวนอาชญากรรมพิเศษ ในกรอบภารกิจและอำนาจหน้าที่ของดีเอสไอในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โดยเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับอาชญากรรม โดยเฉพาะข้อมูลการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับสินค้าควบคุมตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2563 ที่จำเป็นต้องใช้อุปโภคในช่วงการระบาดของไวรัสโคโควิด-19 จำพวกหน้ากากอนามัย ใยสังเคราะห์เพื่อใช้ผลิตหน้ากากอนามัย ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมเพื่อสุขภาพอนามัยสำหรับมือ และกระดาษที่นำกลับมาใช้ได้อีกนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พ.ค. นพ.ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ รองอธิบดีดีเอสไอ รักษาราชการแทน อธิบดีดีเอสไอ ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีดีเอสไอ และ ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล ผู้อำนวยการกองคดีความมั่นคง, พ.ต.ท.เชน กาญจนปัจน์ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการพิเศษ สนธิกำลังร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นำโดย พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.7, สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), กรมการค้าภายใน และสำนักงานเขตทวีวัฒนา

 

 

เพื่อเข้าดำเนินการตรวจสอบการกักตุนโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม อาศัยอำนาจตามประกาศคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ และพ.ร.บ.สำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ.2497 ที่บ้านเลขที่ 133 ม.2 แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีลักษณะเป็นทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นที่เก็บสินค้า โดยมี นายต้น อบปิ่น เป็นผู้ครอบครอง

จากการตรวจค้นพบสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 หลายรายการ ได้แก่ หน้ากากอนามัย (แบบธรรมดา) จำนวน 565 กล่อง กล่องละ 50 ชิ้น 28,250 ชิ้น, เจลล้างมือแอลกอฮอล์หลายขนาดและหลายยี่ห้อจำนวนมาก, แผ่นกรองหน้ากากอนามัย 8,200 ห่อ และชุดป้องกันไวรัส PPE จำนวน 1,800 ชุด รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 5,000,000 บาท

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าว เป็นความผิดฐานนำเข้าโดยไม่จดแจ้ง, ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง, ไม่แสดงฉลากภาษาไทย และแสดงฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 และฐานนำเข้าเครื่องมือแพทย์โดยไม่จดทะเบียนสถานประกอบการ ตามพ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 และความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542

การจับกุมดังกล่าว สืบเนื่องจากดีเอสไอได้รับข้อมูลว่า สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่เก็บสินค้าที่มีการลักลอบนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยไม่ผ่านวิธีการศุลกากร และสินค้าบางชนิดมีความผิดตามกฎหมายเฉพาะ เช่น พ.ร.บ.เครื่องมือการแพทย์, พ.ร.บ.เครื่องสำอาง โดยพนักงานสอบสวนสน.ศาลาแดงจะนำสินค้าไปตรวจสอบขยายผลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีความผิดอื่นหรือไม่ เช่น มาตรฐานสินค้า และฉลากสินค้า ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีคุณภาพ และมีแหล่งจำหน่ายที่ไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนแล้ว ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า สามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19ได้จริงหรือไม่

ทั้งนี้ หากท่านมีข้อมูลการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าควบคุม สามารถแจ้งข้อมูลดังกล่าวมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผ่านทางเว็บไซต์ https://register.dsi.go.th/CaseControlledProducts หรือ QR Code ที่ปรากฏในข่าวนี้ หรือโทรสายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ) โดยดีเอสไอจะรักษาข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา: www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าวสดใหม่ ได้ที่เว็บไซต์ www.bcchotnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *