ล็อกตัวหนุ่มนร.นอก ฉกข้อมูลมือถือนักธุรกิจหนุ่ม กวาดหมดบัญชีครึ่งล้าน

ล็อกตัวหนุ่มนร.นอก ฉกข้อมูลมือถือนักธุรกิจหนุ่ม กวาดหมดบัญชีครึ่งล้าน

ล็อกตัวหนุ่มนร.นอก ฉกข้อมูลมือถือนักธุรกิจหนุ่ม กวาดหมดบัญชีครึ่งล้าน สืบห้วยขวางตามล็อกตัวขณะออกจากคุก พบประวัติก่อคดียาวเป็นหางว่าว

 

 

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ข่าวสดใหม่ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ภิรมย์ สวนทอง รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สุรพงศ์ ธรรมพิทักษ์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ต.พรชัย สุขเจริญ สว.สส.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ต.นิติพงศ์ มหศักดิ์สุนทร สว.สส.สน.ห้วยขวาง และชุดสืบสวนสน.ห้วยขวาง

แถลงจับกุมนายอานนท์วัฒน์ วรมรชยางกูร อายุ 34 ปี อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคภราดรภาพ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 367/2563 ลงวันที่ 1 มิ.ย.2563 ข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมีได้มีไว้สำหรับตน” จับกุมได้ที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางจังหวัดสมุทรปราการ หมู่ 5 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 พ.ค. ตำรวจ สน.ห้วยขวาง รับแจ้งจากผู้เสียหายเป็นนักธุรกิจ หลังมีผู้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาอ้างว่าเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลจากการจับฉลากรางวัลพิเศษจากโรงแรมที่พัก 2 วัน 3 คืน และส่วนลดค่าโทรศัพท์มือถือ 50 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 3 เดือน และได้มีตัวแทนนำโทรศัพท์ยี่ห้อดังมามอบให้ผู้เสียหาย จากนั้นผู้ต้องหาได้จ้างเหยื่ออีกรายนำโทรศัพท์มือถือไปมอบให้ผู้เสียหาย โดยกำชับให้ใส่ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถืออย่างน้อย 2 ชั่วโมง

ต่อมาวันที่ 18 พ.ค. ผู้เสียหายตรวจสอบพบว่าเงินในบัญชีธนาคาร 2 บัญชี ถูกคนร้ายโอนเงินเงินไปรวม 395,000 บาท ตั้งแต่วันที่ได้รับโทรศัพท์ดังกล่าว จากการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุดังกล่าวคือนายนายอานนท์วัฒน์ ร่วมกับพวกใช้กลอุบายในการเข้าระบบคอมพิวเตอร์จากหมายเลขที่ใช้สำหรับระบุตัวตนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่บนเครือข่าย จากนั้นแอบรับข้อมูลรหัสบริการส่งข้อความ (SMS) รหัสที่ใช้เพียงครั้งเดียวในการเข้าสู่ระบบเพื่อรักษาความปลอดภัย (OTP) ก่อนนำไปโอนเงินผ่านแอพลิเคชั่นต่างๆ

ชุดสืบสวนสน.ห้วยขวาง จึงประสานทางตำรวจ บก.ปอท. สืบสวน จากนั้นจึงรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับ โดยสามารถจับกุมนายอานนท์วัฒน์ หลังได้รับการปล่อยตัวเดินทางออกจากเรือนจำกลางจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา

 

 

จากการสอบสวนนายอานนท์วัฒน์ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง สาเหตุเนื่องจากต้องการนำเงินไปหมุน เพื่อเคลียร์คดีความและชดใช้เงินผู้เสียหายคดีฉ้อโกงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ส่วนตัวมีความชื่นชอบในวิชาคอมพิวเตอร์เคยไปเรียนต่อที่ประเทศเยอรมัน 3 ปี ก่อนกลับมาก็ใช้เงินค่อนข้างเยอะ จึงใช้ความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์มากระทำความผิดดังกล่าว

นอกจากนี้นายอานนท์วัฒน์ มีประวัติก่อคดีมาแล้วจำนวน 9 คดี ได้แก่ 1.สน.บางนา ข้อหาตัวการในข้อหาฉ้อโกง ปี 2563 2.สน.มักกะสัน ข้อหายักยอก ปี 2561 3.สน.โชคชัย ข้อหาออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรือมีการกระทำเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ปี 2561 4.สน.มักกะสัน ข้อหาหมิ่นประมาท ปี 2561 5.สน.ห้วยขวาง ข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ปี 2559

6.สน.โชคชัย ข้อหาออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และบังคับได้ตามกฎหมาย โดยห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยทุจริต ปี 2562 7. กก.1 บก.ปคม. ข้อหาตัวการในข้อหากำหนดราคาซื้อขายจำหน่ายสินค้า หรือบริการควบคุมฯ,ตัวการในข้อหาผู้ประกอบธุรกิจจงใจที่จะทำให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าหรือบริการ ปี 2563 8.กก.3 บก.ปอท. ข้อหาผู้ใดกระทำผิดโดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ปี 2563 9.สภ.เมืองสมุทรปราการ ข้อหาร่วมกันในข้อหาฉ้อโกง,ร่วมกันในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมโดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ปี 2563

ด้านพ.ต.อ.ภูริส กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่านายอานนท์วัฒน์ จบการศึกษาจากประเทศเยอรมัน มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ จากการตรวจสอบประวัติพบนายอานนท์วัฒน์ มีคดีติดตัวอยู่ 9 คดี ส่วนใหญ่เป็นคดีฉ้อโกง เกี่ยวกับหลอกหลวงขายหน้ากากอนามัย นอกจากนี้ยังออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 รายเป็นผู้ร่วมขบวนการ อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

ส่วนกรณีคนร้ายรู้ประวัติของผู้เสียหายและครอบครัว เชื่อว่าคนร้ายได้ข้อมูลจากคนใกล้ชิดของผู้เสียหาย คาดว่าน่าจะเป็นคนที่เคยทำงานในบริษัทของผู้เสียหาย พร้อมเตือนว่าหากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้น ขอให้ล้างข้อมูลในโทรศัพท์มือถือก่อนใช้งาน เนื่องจากอาจมีฝังโปรแกรมดูดข้อมูล เพื่อสร้างความเสียหายไว้

สำหรับประชาชนที่เคยถูกหลอกลวงในลักษณะนี้สามารถเข้าไปชี้ตัวผู้ต้องหาได้ที่สน.ห้วยขวาง และขอให้ประชาชนระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวแก่บุคคลหรือเว็บไซต์ที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งคนร้ายอาจจะนำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้กระทำความผิดได้ หากพบเห็นการกระทำความผิดต่างๆ สามารถแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจท้องที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา:  www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าวสดใหม่ ได้ที่เว็บไซต์ www.bcchotnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *