ห่วงยอดป่วยไม่มีอาการ “วัยหนุ่มสาว” เพิ่ม ไทยติดใหม่อีก 2 ราย

ห่วงยอดป่วยไม่มีอาการ “วัยหนุ่มสาว” เพิ่ม ไทยติดใหม่อีก 2 ราย

ไทยติดเชื้อในประเทศยังเป็นศูนย์ต่อเนื่อง ไร้ผู้เสียชีวิตเพิ่ม แต่พบผู้ติดเชื้อใหม่ 2 ราย มาจากรัสเซีย-คูเวตขณะกักตัวเฝ้าระวังอยู่ในสถานที่ของรัฐ พบข้อมูลน่าห่วง คนวัยทำงาน คนหนุ่มสาวติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการมีเยอะขึ้น ขณะที่จีนเริ่มลอยลำแล้ว คนปักกิ่งได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ คนจากต่างพื้นที่เข้ามาก็ไม่ต้องวัดไข้ ไม่ต้องกักตัว 14 วัน ต่างจากอินเดีย ที่ยอดติดเชื้อทะยานแซงหน้าอิตาลี ส่วนเกาหลีใต้ ยังกุมขมับ พบผู้ติดเชื้อใหม่ครึ่งร้อย ด้านองค์การอนามัยโลกกลับลำ แนะให้ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน พร้อมชี้หากเป็นหน้ากากผ้าควรเย็บอย่างน้อย 3 ชั้น

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ในไทยดีวันดีคืน หลังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศมาต่อเนื่องเกือบสองสัปดาห์ มีแต่ผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศ และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

ป่วยเพิ่ม 2 ราย–ไร้ตายเพิ่ม

ทั้งนี้ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. เวลา 11.30 น. พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 2 ราย เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ เข้าพักอยู่ในสถานที่ที่รัฐจัดไว้ให้ ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,104 ราย ไม่มีผู้ป่วยกลับบ้านเพิ่ม ยอดรักษาหายอยู่ที่ 2,971 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 75 ราย นอกจากนี้ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ยอดยังคงอยู่ที่ 58 ราย ประเทศไทย มียอดผู้ติดเชื้ออยู่ในอันดับที่ 80 ของโลก

ติดเชื้อใหม่มาจากคูเวต–รัสเซีย

ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศไทย 2 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและอยู่ในสถานกักตัวของรัฐ (State Quarantine) โดยรายที่ 1 กลับจากประเทศรัสเซีย เป็นนักศึกษาชาย อายุ 22 ปี เดินทางมาถึงไทยวันที่ 1 มิ.ย.63 เข้าพักที่ State Quarantine ใน จ.ชลบุรี ผลตรวจยืนยันพบเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 4 มิ.ย.63 เข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ส่วนรายที่ 2 เป็นชาย อายุ 39 ปี อาชีพพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในคูเวต เดินทางมาถึงไทย วันที่ 24 พ.ค.63 เข้าพักที่ State Quarantine ในกรุงเทพมหานคร ตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ ต่อมาตรวจครั้งที่ 2 พบผลตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 4 มิ.ย.63 จึงส่งตัวไปรักษา โดยทั้ง 2 ราย ไม่มีอาการ ทั้งนี้ ในระยะหลังพบผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอยู่ในสถานที่ที่รัฐจัดไว้ให้

พบไม่แสดงอาการเยอะขึ้น

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคระบุเพิ่มเติมอีกว่า สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในสองสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 64 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศร้อยละ 98.44 (จำนวน 63 ราย) มีเพียง 1 รายที่เป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ จากข้อมูลผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศและเข้ารับการเฝ้าระวังในสถานที่ที่รัฐจัดให้ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคของกรมควบคุมโรค ตั้งแต่เดือน ก.พ.-6 มิ.ย.2563 มีผู้เข้ารับการกักตัวและเฝ้าระวังอาการสะสม 32,855 ราย จากการเฝ้าระวังสังเกตอาการผู้ที่เข้ารับการกักตัวในระยะหลังผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการป่วย เนื่องจากเป็นกลุ่มคนวัยทำงานและนักเรียนนักศึกษา ชี้ให้เห็นว่าผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาวอาจเป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการได้

520 คนไทยกลับจากนอก

วันเดียวกัน ยังคงมีคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาดในต่างประเทศทยอยเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องโดยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 01.20 น. มาจากเยอรมนี และประเทศใกล้เคียง จำนวน 101 คน พร้อมด้วย นักการทูตชาวเบลเยียม 2 คน ในจำนวนนี้ผู้โดยสารชาวไทยมีไข้ 3 คน นำส่งโรงพยาบาลในจังหวัดสมุทรปราการทันที ต่อด้วยเวลา 12.45 น.กลุ่มคนไทยจากปากีสถาน 20 คน พร้อมด้วยนักเดินทางสัญชาติลาว 1 คน และนักการทูตชาวปากีสถาน 3 คน และเวลา 18.05น.เป็นกลุ่มคนไทยในออสเตรเลีย 291 คน ในจำนวนนี้พบมีไข้ 10 คน นำส่ง รพ.ทันที ส่วนที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เวลา 17.45 น. กลุ่มคนไทยจากไต้หวัน 108 คน เดินทางกลับถึงไทยโดยผู้ผ่านการคัดกรองทั้งหมดทุกไฟลท์ เจ้าหน้าที่พาไปกักตัวในที่ต่างๆ ทั้งใน กทม. นนทบุรี และชลบุรี

ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งไม่หยุด

ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 6.86 ล้านราย เสียชีวิตเฉียด 400,000 ราย รักษาหายแล้วกว่า 3.35 ล้านราย โดยสหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดในโลก โดยมีผู้เสียชีวิตในวันเดียวเพิ่มกว่า 2,300 ราย รวมตายสะสม 111,390 ราย ติดเชื้อรวม 1.96 ล้านราย ขณะที่นักวิจัยมหาวิทยาลัยรัฐแมสซาชูเสตต์ ในสหรัฐฯ เทียบค่าเฉลี่ยล่วงหน้าจากโมเดลที่ต่างกัน 9 แบบ คาดยอดผู้เสียชีวิตจะถึงราว 127,000 ราย ภายในวันที่ 27 มิ.ย.นี้

WHO กลับลำแนะใส่หน้ากาก

นอกจากนี้ นายเทโดรส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO กลับคำแนะนำเรื่องการใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ จากที่เคยบอกว่าไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนมากพอว่าหน้ากากอนามัยอย่างเดียวจะช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ รวมถึงคนไม่ป่วยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย มาเป็นควรใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เวลาอยู่ในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่ติดเชื้อ ส่วนผู้ที่มีอาการป่วยก็ควรอยู่ในบ้านไม่มีความจำเป็นใดที่ต้องออกนอกบ้าน และต้องใส่หน้ากากอนามัย เช่นเดียวกับผู้ที่ต้องดูแลผู้ติดเชื้อในบ้านก็ต้องใส่หน้ากากเมื่ออยู่ในห้องเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ก็ต้องใส่หน้ากากอนามัยและชุดอุปกรณ์ป้องกันเวลารักษาผู้ที่เข้าข่ายต้องสงสัยกับผู้ติดเชื้อ สำหรับหน้ากากผ้า ที่ไม่ใช่หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ควรเย็บอย่างน้อย 3 ชั้น โดยชั้นในควรเป็นวัสดุแบบผ้าคอตตอน ชั้นกลางเป็นผ้ากรอง และชั้นนอกสุดควรเป็นวัสดุกันน้ำ เช่น โพลีเอสเตอร์ แต่ก็ยังให้ความสำคัญเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมและล้างมือ ข่าวสดใหม่

บราซิลขู่ถอนตัวจาก WHO

ด้านประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนาโร แห่งบราซิล ขู่ว่าจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก หรือ WHO หลังออกมาเตือนรัฐบาลในละตินอเมริกา เกี่ยวกับเรื่องเสี่ยงอันตรายจากการคลายมาตรการล็อกดาวน์ก่อนที่การแพร่ระบาดทั่วภูมิภาคยังไม่ชะลอตัวลง หลังยอดผู้ติดเชื้อทั่วภูมิภาครวมกันแล้วกว่า 1.1 ล้านคน ส่วนใหญ่อยู่ในบราซิล มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2,428 ราย รวมเป็นกว่า 35,000 ราย ติดเชื้อเพิ่มเป็นกว่า 6,456,000 ราย ขณะที่หน้าหนึ่งของสื่อสิ่งพิมพ์รายวัน โฟลฮา เดอ เซนต์ เปาโล พาดหัวว่า เพียง 100 วันนับตั้งแต่นายโบลโซนาโรชี้ว่า ไวรัสนี้คือไข้หวัดธรรมดา คร่าประชาชนนาทีละ 1 ราย

หมอเรียกเงินออกใบแจ้งตาย

ส่วนนางคลอเดีย ไชน์บอว์ม นายกเทศมนตรีกรุงเม็กซิโกซิตี ในเม็กซิโก เผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนกรณีหมอกลุ่มหนึ่งราว 10 คน และเจ้าหน้าที่รัฐอย่างน้อย 1 คน ร่วมกันเรียกเงินในการออกใบมรณบัตรให้ญาติผู้ตายที่อาจติดเชื้อโควิด-19 แต่ไม่ต้องการเสียเวลามาก เพราะตามขั้นตอนระเบียบของทางโรงพยาบาลและหน่วยงานราชการ ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ญาติผู้เสียชีวิตต้องการนำร่างออกมาโดยเร็ว นอกจากนี้ บางครอบครัวก็ยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับใบมรณบัตรที่ลงสาเหตุการตายไม่ตรงความเป็นจริง เพื่อเลี่ยงการตีตราจากสังคมที่มองว่าผู้ตายติดเชื้อโควิด-19 ทั้งนี้ เม็กซิโกมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตเพิ่ม 625 ราย รวมเป็น 13,170 ราย ติดเชื้อใหม่อีก 4,346 ราย รวมเป็นกว่า 110,000 ราย

ปักกิ่งเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติ

ส่วนในจีนประชาชนในกรุงปักกิ่งเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ หลังไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ภายในท้องถิ่นมาอย่างน้อย 50 วัน และในบางเมืองไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่นานถึง 90 วัน โดยทางการยกเลิกคำสั่งห้ามประชาชนเดินทางจากเมืองอู่ฮั่นและปริมณฑลรอบๆ ทั่วมณฑลหูเป่ย ศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เข้ากรุงปักกิ่ง ทั้งยังยกเลิกมาตรการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน และการตรวจวัดไข้ด้วย

อินเดียติดเชื้อแซงอิตาลี

ขณะที่ประเทศอื่นๆในเอเซียกลับยังเผชิญหน้ากับการระบาดของไวรัสมรณะอย่างหนัก โดยกระทรวงสาธารณสุขอินเดีย รายงานยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 10,011 รายในวันเดียว ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อ สะสมอยู่ที่ 236,781 ราย แซงหน้าอิตาลีที่มียอดผู้ติดเชื้อ สะสม 234,531 ราย ขึ้นไปอยู่ในอันดับ 6 ของโลก แต่ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 6,649 ราย ถือว่าน้อยกว่าอีกหลายประเทศ ขณะที่รัฐบาลจะเริ่มคลายล็อกดาวน์ในวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย.นี้ โดยอนุญาตให้เปิดห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และสถานที่สักการบูชา แต่ผู้ที่ไปจาริกแสวงบุญต้องล้างมือและเท้า ห้ามแจกอาหาร งดพ่นน้ำมนต์ หรือแตะรูปศักดิ์สิทธิ์

กิมจิติดเชื้อใหม่อีกครึ่งร้อย

นอกจากนี้ มีรายงานจากกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี (เคซีดีซี) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รายวันว่า แม้จำนวนผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 273 คน แต่ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อใหม่อีก 51 คน ซึ่งเป็นการพบผู้ติดเชื้อสูงสุดในรอบ 8 วัน หรือนับตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มี ผู้ป่วยสะสม 11,719 คน โดยกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ 8 คน และติดเชื้อภายในประเทศ 43 คน ซึ่งคาดว่าจะเกี่ยวโยงไปถึงบริษัทขายสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ที่เน้นขายแบบบริการถึงบ้านและกลุ่มลูกค้าของบริษัทจะเป็นผู้สูงอายุซะเป็นส่วนมาก

ปากีฯวอน ปชช.อย่าการ์ดตก

นายกรัฐมนตรี อิมราน ข่าน แห่งปากีสถาน แถลงออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ว่า ไม่ต้องการกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เพิ่งคลายไปเมื่อเดือนที่แล้วอีกครั้ง โดยย้ำว่ารัฐบาลไม่สามารถรับมือได้ อีก ด้วยเศรษฐกิจที่ได้รับความเสียหายหนักจากสถานการณ์โควิด-19 จึงเรียกร้องให้ประชาชนช่วยปฏิบัติตามคำแนะนำ รวมถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยลดการติดเชื้อ หลังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 165 ราย รวมเป็น 1,935 ราย ติดเชื้ออีก 4,896 ราย รวมเป็นราว 93,000 ราย ถือเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันเดียวของปากีสถาน

 

ที่มา : www.thairath.co.th

ติดตาม ข่าวสดใหม่ ได้ที่เว็บไซต์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *