เปิดใจเก๋ง! โดนขบวนบิ๊กก.เกษตรปาดหวิดตกถนน เตือนอย่ากร่าง แฉซ้ำซิ่งฝ่าไฟแดง

เปิดใจเก๋ง! โดนขบวนบิ๊กก.เกษตรปาดหวิดตกถนน เตือนอย่ากร่าง แฉซ้ำซิ่งฝ่าไฟแดง

เปิดใจเก๋ง! โดนขบวนบิ๊กก.เกษตรปาดหวิดตกถนน เตือนอย่ากร่าง แฉซ้ำซิ่งฝ่าไฟแดง

 

 

จากกรณีมีคลิปแชร์ว่อนเน็ต รถขบวนรถผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขับแซงเบียดและปาดหน้ารถเก๋งสาวอย่างกระชั้นชิด บนถนนสายแกลง-จันทบุรี ขณะเดินทางกลับจากการลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในพื้นที่จ.จันทบุรี จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ต่อมา นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาขอโทษ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวังมากกว่านี้หากทำผิดต้องถูกลงโทษ ขณะที่ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ สั่งให้ข้าราชการนำกระเช้าไปขอโทษ

ล่าสุดเรื่องนี้ วันที่ 16 มิ.ย. ข่าวสดใหม่ น.ส.พัชรินทร์ อายุ 63 ปีคนขับรถเก๋ง เปิดใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ " ข่าวสดออนไลน์ "หลังถูกรถนำขบวนเบียดเกือบตกไหล่ทาง ว่าวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.30 น. ขับรถวอลโว่จากจันทบุรีเข้ากรุงเทพฯ เมื่อขับมาถึงบนถนนสายแกลง-จันทบุรี บริเวณนั้นเป็นถนน 2 เลนที่ต้องขับสวนเลนกัน แต่ระหว่างขับไป รถตำรวจที่นำขบวนรถของผู้ใหญ่ และรถตู้ของรถตู้ของสำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากที่ตนเห็นสติกเกอร์ข้างรถมาประกอบข้างก่อนที่จะปาดหน้าในระยะกระชั้นชิด ทำให้เซนเซอร์รถหักเบี่ยงออกอัตโนมัติ เคราะห์ดีที่ไม่ตกไหล่ทางเพราะไหล่ทางแคบและเป็นถนนลูกรัง จึงไม่กล้าหักหลบเพราะกลัวว่ารถจะหมุนแล้วทำให้เกิดอุบัติเหตุ

 

 

ก่อนหน้านั้นไม่ได้ยินเสียงไซเรนรถนำขบวน จนกระทั่งรถตำรวจนำขบวนมาประกบข้าง ทั้งที่ข้างหน้าก็ไม่มีรถและสามารถแซงได้ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดต้องมาประกบและปาดหน้าในระยะกระชั้นชิด โดยรถในขบวนมี 5 คัน ปาดตั้งแต่รถนำที่เป็นตำรวจ รถตู้ของสำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เว้นแต่รถตู้คันสีดำของผู้บริหารที่ไม่ได้ขับปาดหน้า หลังจากรถขบวนนั้นขับแซงรถไปแล้ว ก็เห็นว่ามีการฝ่าไฟแดงแล้วขับไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งมองว่าถึงแม้ว่าจะรีบมีภารกิจมากแค่ไหนก็ไม่ควรที่จะฝ่าไปแดง เนื่องจากในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่มีรถติดอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าหากเขาฝ่าไฟแดงมันอาจจะทำให้ประชาชนที่อยู่ตรงนั้นเกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายได้ "

น.ส.พัชรินทร์ กล่าวต่อว่า ตนมองว่าการใช้รถนำขบวนเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม เพราะตามปกติจะต้องมีการขออนุญาต โดยเฉพาะเมื่อออกนอกเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ปกติรถที่เปิดไซเรนได้ ควรเป็นรถฉุกเฉินที่มีกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีก็ได้กำชับเรื่องดังกล่าวแล้ว ทุกคนทราบเรื่องนี้ดี และจากพฤติกรรมจะเห็นได้ว่ารถตำรวจที่นำขบวนกลับกระทำการไม่เหมาะสมทั้งที่เป็นผู้รักษากฎ สาเหตุที่โพสต์เรื่องนี้ เพราะยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเล็งเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดกับผู้ใช้รถใช้ถนน และควรมีการใช้เฉพาะความจำเป็นเท่านั้น

" อยากฝากบอกถึงคนที่ขับรถในขบวนนั้นว่า"อย่ากร่าง"และมองว่าตัวเป็นเป็นใหญ่ คิดว่าสิ่งที่คุณทำนั้นมันถูกต้อง เพราะก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีก็เคยกำชับเอาไว้ ว่ารถที่นำขบวนนั้น เป็นรถที่ต้องขอทางกับประชาชน ควรจะใช้กริยาให้มันอ่อนน้อมถ่อมตนกว่านี้ "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา: www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าวสดใหม่ ได้ที่เว็บไซต์ www.bcchotnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *